ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลชวนชิม และชวนพักที่ โครงการหลวงตีนตก

Posted By on December 18, 2014

ขอเอาใจคนชอบกินเนื้อ ด้วยการพาไปแนะนำ “ร้านลำดวนเนื้อย่าง” ร้านเนื้อย่างและอาหารอีสาน ที่เด็ดที่สุดในย่านอ่อนนุช คิดดูขนาด “คุณชาคริตครับ” เอ๊ย ชาคริต แย้มนาม พระเอกชื่อดังยังติดใจ ถึงกับแนะนำร้านนี้ออกรายการทีวีมาแล้ว วันนี้เราขอแนะนำเมนู 3 อย่าง ที่ต้องสั่งเมื่อมาร้านลำดวนเนื้อย่าง แต่เดี๋ยวก่อนสำหรับคนที่ชอบทานหมู ขอเว้นวรรคไว้ก่อนนะจ๊ะร้านนี้ไม่มีบริการ และเนื่องจากชื่อร้านก็บอกแล้วว่าของเด็ดอยู่ที่เนื้อย่าง ก็ขอเริ่มกันที่ “เนื้อย่าง” อาจจะดูว่าเป็นเมนูธรรมดาๆ แต่เดี๋ยวนี้ร้าน ที่เนื้อติดมันถูกย่างสุกกำลังดี ไม่เหนียว ไม่เหม็นคาวเนื้อ หายากใช่ไหม? ใครชอบทานเนื้อย่างอย่าพลาดร้านนี้เชียว ทานเนื้อย่างกันไปแล้ว จะไม่สั่งส้มตำก็ยังไงๆ อยู่ จัดตามมาด้วย “ส้มตำไทย” ที่ร้านนี้จะมีรสชาติกล่มกล่อม ไม่เผ็ดมาก เส้นมะละกอ แครอทกรุบกรอบ กุ้งแห้ง ก็จัดหนักเต็มที่ สำหรับใครที่อยากซดน้ำร้อนๆ ขอแนะนำให้สั่ง “ต้มแซ่บเนื้อ” รับรองซดจนหมดจานแน่นอน เนื้อนุ่ม น้ำซุปเปรี้ยวจี๊ด เผ็ดแซ่บกำลังดี แบบต้องซดจนหมดชามกันเลยสำหรับใครที่สนใจ อยากมาลองทาน “ร้านลำดวนเนื้อย่าง” เป็นร้านห้องแถว 2 ห้องติดกัน มีให้ลูกค้าเลือกนั้งทั้งแบบห้องแอร์และห้องแถวปกติ ตั้งอยู่ติดริมถนนอ่อนนุช ปากซอยอ่อนนุช 52 ไม่แน่นั่งทานอยู่ดีๆ คุณอาจได้เจอดาราคนโปรด เพราะแว่วมาว่าร้านนี้เป็นร้านประจำของดาราหลายคนเลยทีเดียว

ล่องเรือสำราญ โต้ลมหนาว ชมวิวกลางน้ำโขงไทย-ลาว

Posted By on December 18, 2014

วันที่ 6 ธันวาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น หลังอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยที่ประมาณ 19 -20 องศาเซลเซียส ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาว ซึ่งขณะนี้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางไปล่องเรือสำราญขนาดใหญ่ “แม่น้ำโขงพาราไดซ์ครูซ” ชมบรรยากาศธรรมชาติ 2 ฟากฝั่งไทย – ลาว สูดอากาศบริสุทธิ์สัมผัสอากาศหนาว กลางแม่น้ำโขง โดยประชาชนนักท่องเที่ยว จะได้มีโอกาส รับประทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติ 2 ฝั่งแม่น้ำโขง ไทย – ลาว นครพนม กับ แขวงคำม่วน สปป.ลาว ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่สุดของแม่น้ำโขง เพราะจะมีทัศนียภาพที่สวยงามกว่าหลายพื้นที่ สามารถมองจากฝั่งไทย จ.นครพนม เห็นทิวเขาฝั่งลาว ชัดเจนสวยงามนอกจากนี้ในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เมื่อมองย้อนมาฝั่งไทย จ.นครพนม จะได้ชื่นชมความสวยงาม ของสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้าง โบราณสถาน ที่ตั้งอยู่เรียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ประกอบกับมีการประดับแสงไฟ ทำให้มีความสวยงาม สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

อ่าวมาหยา เมืองมายาชวนหลงไหล!

Posted By on December 18, 2014

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “อ่าวมาหยา” มานาน ตั้งแต่สมัยพระเอกหนุ่มลีโอนาโด ดิคาร์ปิโอมาถ่ายภาพยนตร์เรื่อง The Beach เมื่อหลายปีก่อน ครั้งนั้นความสวยงามของอ่าวมาหยา เลื่องลือไปทั่วโลก ถึงวันนี้ความงดงามนั้นก็ยังคงอยูู่ รอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัส อ่าวมาหยา ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อ่าวมาหยาเป็นเกาะหินปูน มีพื้นที่หลบอยู่ในภูเขาหินประมาณความยาว 250 เมตร ส่วนหนึ่งถูกตกแต่งโดยธรรมชาติให้เป็นพื้นที่หาดทรายกว้างประมาณ 5-15 เมตร นับว่าอ่าวมาหยาเป็นการสร้างสรรค์ของธรรมชาติที่สวยงาม มีหาดทรายที่ขาวละเอียด น้ำทะเลที่นี่ใสมาก เหมาะสำหรับพักผ่อน เล่นน้ำ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของทะเลกระบี่ อ่าวมาหยาห่างจากเกาะพีพีดอน 2 กิโลเมตร อยู่ห่างฝั่งกระบี่ประมาณ 45 กิโลเมตร วันหยุดยาวที่จะถึงนี้ใครยังไม่มีโปรแกรมไปไหน อ่าวมาหยารออยู่นะ

TIPS การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว

1. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง-พังงา-กระบี่ ระยะทาง 946 กิโลเมตร
2. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึงจังหวัดชุมพร จากชุมพรใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าอำเภอเวียงสระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอำเภออ่าวลึก แล้ววกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้งหนึ่ง ถึงจังหวัดกระบี่ ระยะทาง 814 กิโลเมตร
3. จากภูเก็ต ใช้ทางหลวงหมายเลข 402 และหมายเลข 4 ระยะทาง 176 กิโลเมตร

เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง

Posted By on December 18, 2014

นางอินทิรา วุฒิสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม(สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร)เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม เทศบาล เมืองสมุทรสงคราม สสส. ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนกำหนดจัดงานเทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง ครั้งที่ 17 ตอน “กินอย่างมีวัฒนธรรม” ขึ้นในวันที่ 12 – 21 ธันวาคม 2557 เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสงคราม ด้วยในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่ปลาทูกำลังเติบโตเต็มที่เดินทางจากภาคใต้มาหากินที่ปากอ่าวไทย(อ่าว ก.ไก่) ซึ่งมีอาหารอุดมสมบูรณ์ ปลาทูที่จับได้ในบริเวณปากอ่าวแม่กลองจึงเป็น “ปลาทูสาว”ซึ่งอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและ มีรสชาติอร่อยจนทำให้ปลาทูแม่กลองมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปจนกระทั่งเกิดการจัดงานเทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลองขึ้นมาติดต่อกันจนเป็นครั้งที่ 17 แล้วภายในงานมีการจำหน่ายเมนูอาหารเลิศรสหลากหลายที่ปรุงมาจากปลาทูแม่กลองแท้ๆ มากกว่า 50 เมนูเช่น น้ำพริกปลาทู ปลาทูต้มมะดัน ปลาทูซาเตี๊ยะ ตับปลาทูผัดฉ่า ทอดมันปลาทู ปลาทูฟู ปลาทูทอดพริกไทยดำ ห่อหมกปลาทู จากร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดสมุทรสงครามมาปรุงกันสดๆในงาน ซึ่งรับรองคุณภาพและความอร่อยโดยร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยภายในงานมีกิจกรรม “ลานวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้แบบสบายๆ และเป็นกันเองทั้งเรื่องสุขภาพ โภชนาการ ศิลปะวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอาชีพของคนในจังหวัดสมุทรสงคราม และคำตอบของตอน “กินอย่างมีวัฒนธรรม” ก็จะซ่อนอยู่ในลานวัฒธรรมแห่งนี้ด้วย นอกจากนี้ นิทรรศการปลาทู , ชมปลาทูตัวเป็นๆ , เพลิดเพลินไปกับการแสดงของคณะหุ่นสายเสมา , การประกวดวงดนตรี “แม่กลอง มิวสิคอวอร์ด”, การประลองอาหาร “เมนูปลาทู หนูทำได้”มุมศิลปะพร้อมจุดถ่ายรูปสวยงามมากมาย และพลาดไม่ได้กับการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ตอน “ศึกบรรลัยกัลป์”

นอกจากนี้ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม ยังได้จัดโครงการ “กินปลาทู ดูหิ่งห้อย” นำเสนอข้อมูลของปลาทูและการชมหิ่งห้อยด้วยใจอนุรักษ์ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทาง สร้างการรับรู้เอกลักษณ์ของปลาทู “หน้างอคอหัก” และ “หิ่งห้อย” ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสงครามเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยจึงขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบเมนูปลาทูทุกท่านมาร่วมงานเทศกาลปลาทูและของดีเมืองแม่กลองในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะได้อิ่มอร่อยกับเมนูปลาทูที่หลากหลายแล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายให้มาพักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศชานเมืองไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อาทิตลาดร่มหุบ หรือตลาดเสี่ยงตายซึ่งในปัจจุบันสามารถดึงดูใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ไม่น้อยเลยทีเดียว หรือจะเป็นตลาดท่าคา ตลาดแห่งนี้หากใครได้มาเยือนก็เปรียบเสมือนได้มาใช้วิถีชีวิตของชาวสมุทรสงครามโดยแท้จริง

ขับรถเที่ยว ชมธรรมชาติ บนเขาค้อ

Posted By on December 18, 2014

ก่อนพลังใจพลังกายตามประสาคนทำงานออฟฟิศในเมืองใหญ่อย่างฉันใกล้จะหมด แผนการเดินทางสู่เขาค้อก็ผุดขึ้นมา ฉันยิ้มออกเมื่อเห็นโปรแกรมทริปนี้พอรถแล่นเข้าสู่เขตจังหวัดเพชรบูรณ์ ฉันก็เริ่มนับจำนวนครั้งที่ได้มาเยือนเขาค้อ 1…2…3… หรือ 6…7…เขาค้ออยู่ห่างตัวเมืองเพชรบูรณ์เพียง 47 กิโลเมตร ขับรถไม่กี่อึดใจก็ได้สัมผัสดินแดนอันสวยงามสลับซับซ้อนด้วยขุนเขา ทิวสน และสายหมอก นับเป็นจุดหมายซึ่งอยู่ใกล้กรุงของคนรักธรรมชาติ  มีเวลาเพียง 3 วัน 2 คืน ผู้มาเยือนก็จะได้รับความสุขเต็มปอดหอบกลับไปนอนกอดได้อีกพักใหญ่ ตามสโลแกนน่ารักๆ ของคนเขาค้อที่ว่า ”นอนเขาค้อ 1 คืน อายุยืน 1 ปี” ว้าว ! เก๋จริงๆ ! เช้าวันนั้นพวกเราเริ่มต้นเส้นทางสู่เขาค้อกันที่ทางหลวงหมายเลข 12 ในเขตอำเภอหล่มสัก ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เล็กน้อย เพราะนอกจากเป็นเส้นทางไต่ระดับขึ้นเนินเขาแล้ว ยังมีการก่อสร้างเพื่อขยายถนนเป็นบางช่วงด้วย  เส้นทางนี้ถูกเรียกจากหมู่นักท่องเที่ยวกันจนติดหูว่า ”รูท 12″ เพราะมีร้าน Route 12 ร้านกาแฟชื่อดังที่ใครผ่านมาถ้าไม่ได้แวะจะถือว่าเชยสุดๆ อยู่บนเส้นทางช่วงที่มุ่งหน้าไปทางอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ด้วยภูมิประเทศเป็นขุนเขาสลับซับซ้อน การขับรถเที่ยวบนเขาค้อจึงเป็นกิจกรรมที่น่าสนุก  เราพักเบรกดื่มกาแฟชมสวนสวยกันจุดแรก ณ ร้าน In & Out Coffee and Garden  ร้านกาแฟเล็กๆ แต่แลนด์สเคปไม่เล็ก  ยิ่งใครชอบต้นไม้ ชอบแต่งสวนพรวนดิน มาที่นี่คุณจะได้มากกว่าการดื่มกาแฟ เพราะบริเวณภายในเป็นที่ตั้งของบ้านสุขเวศน์ (Heaven of Love) ซึ่งรายล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับฝีมือการออกแบบของ สุวรรณา อาริยพัฒนกุล ผู้เป็นเจ้าของบ้านและกรรมการผู้จัดการบริษัทอินแอนด์เอาท์ แลนด์สเคป จำกัด ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการออกแบบตกแต่งบ้านและจัดแต่งสวนมานาน สวนสวยกลางหุบเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยไม้เมืองหนาวนานาพรรณ ใช้เวลาเดินชม 1-2 ชั่วโมงเรายังว่าน้อยไปสำหรับการซึมซับความงามของมุมสวยๆ ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งกลางพื้นที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ และถ้ามาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวก็จะพบดอกบลูซัลเวียสีม่วงสดบานสะพรั่งราวกับทุ่งลาเวนเดอร์เลยทีเดียว  ด้านหลังบริเวณที่ตั้งตัวบ้านเป็นจุดนั่งชมทิวทัศน์เขาค้อที่โรแมนติกมากๆ (สวนนี้เปิดให้เที่ยวชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 100 บาท)ขับรถต่อมาอีกไม่ไกลเราก็ถึงสวนป่าหิมพานต์ สถานที่อีกแห่งที่มีพรรณไม้ให้ชมกว่า 1,000 ชนิดในเนื้อที่บนเนินเขากว่า 700 ไร่

ชัยภูมิ อีสานไม่ไกล อยู่ใกล้แค่ชัยภูมิ

Posted By on December 12, 2014

ชัยภูมิ ดินแดนแห่งทุ่งดอกกระเจียวงาม สายน้ำตกชุ่มฉ่ำยามหน้าฝน และอุดมไปด้วยผืนป่าอันกว้างใหญ่ ซึ่งนับเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของธรรมชาติ และความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น โดยจังหวัดชัยภูมินั้นตั้งอยู่บนสันขอบที่ราบสูงอีสาน มีพื้นที่ติดต่อกับทั้งภาคกลางและภาคเหนือ ซึ่งหากจะพูดว่าชัยภูมิ เป็นจังหวัดทางภาคอีสานที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ก็คงจะไม่ผิดนัก โดยสามารถเดินทางด้วยรถยนต์แค่เพียงประมาณ 5 ชั่วโมงก็จะได้สัมผัสถึงกลิ่นอายความเป็นอีสาน และธรรมชาติอันตระการตา ในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปีนั้น จังหวัดชัยภูมิจะดูคึกคักและมีชีวิตชีวากว่าช่วงอื่นในรอบปี เพราะในช่วงนั้นเป็นช่วงฤดูฝน ทีมักนำพาเอาสายหมอก และความงดงามบานสะพรั่งของ ทุ่งดอกกระเจียวป่า มาทักทายนักท่องเที่ยว ที่จะออกดอกให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉมกันแค่เพียงปีละ 1 ครั้ง และสามารถพบเห็นได้ที่จังหวัดชัยภูมิเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทย โดยการชมทุ่งดอกกระเจียวนั้นสามารถชมได้ที่อำเภอเทพสถิตย์ ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม หรืออุทยานแห่งชาติไทรทอง แต่ถึงแม้จะมีโอกาสไปเยือนชัยภูมิในช่วงที่ดอกกระเจียวไม่บาน ชัยภูมิเองก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกหลายให้แวะชมกัน ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่ในยามไม่มีดอกกระเจียวนั้นยังมี ผาหำหด หรือผาสุดแผ่นดิน ซึ่งนับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด และเสียวที่สุดของจังหวัด โดย ณ จุดนี้นับเป็นจุดที่สูงที่สุดของเขาพังเพย มีลักษณะเป็นแผ่นหินยื่นไปในอากาศ ซึ่งบริเวณนั้นนับเป็นเขตรอยต่อของ 3 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ ลพบุรี และเพชรบูรณ์

อีกจุดในอุทยานที่ควรค่าแก่การไปเยือนคือ ป่าหินงาม หรือลานหินรูปร่างแปลกตาทั้งน้อยใหญ่ ตั้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่กว่า 10 ไร่ โดยหินรูปร่างแปลกประหลาด กระตุ้นต่อมจินตนาการนี้เกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนมานานนับล้านปี นอกจากหินรูปร่างประหลาดแล้ว บริเวณป่าหินงามนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามจุดหนึ่งของชัยภูมิอีกด้วย อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ไว้อย่างงดงาม และไม่ควรพลาดชมคือ มอหินขาว หรือกลุ่มหินรูปร่างแปลกตาที่สามารถแบ่งออกได้ 3 กลุ่มคือ กลุ่มเสาหินขนาดใหญ่จำนวน 5 ต้นที่ตั้งเรียงรายอบู่เป็นแถว บางต้นมีรูปร่างคล้ายหน้าคน กลุ่มที่สองคือ กลุ่มหินเจดีย์ และกลุ่มหินลานต้นไทร โดยทั้งหมดมีจุดไฮไลต์อยู่ที่ จุดชมวิวผาหัวนาค ซึ่งนับเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนุ่งของจังหวัดชัยภูมิ ที่สามารถมองเห็นผืนป่า และเส้นแนวขอบฟ้า อันสวยงาม น้ำตกตาดโตน คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด โดยน้ำตกตาดโตนนั้นตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตาดโตน โดยด้านบนของน้ำตกนั้นเป็นลานหินกว้างประมาณ 50 เมตร และยาวไปตามลำน้ำอีกกว่า 300 เมตร ทำให้เกิดธารน้ำไหลมาตามหิน และมีแอ่งน้ำเป็นจุดๆ เหมาะแก่การเล่นน้ำ และพักผ่อนชมธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญคือ น้ำตกแห่งนี้มีน้ำหลากตลอดทั้งปี สามารถมาเยี่ยมชมความสวยงามได้ทุกเดือน แต่จะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ถึงแม้ชัยภูมิจะได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดในภาคอีสาน แต่ก็นับได้ว่าเป็นอีสานที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองกรุง ที่ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ก็สามารถชมความงามของผืนป่า ที่กินอาณาบริเวณมากถึงครึ่งหนึ่งของพื้นที่จังหวัดได้ไม่ยาก ทั้งยังสามารถชมความงดงาม และความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ นับเป็นของขวัญจากธรรมชาติที่มอบไว้ให้แก่จังหวัดชัยภูมิ