ประเพณีแห่ต้นดอกไม้ อ.นาแห้ว จ.เลย

Posted By on January 9, 2015

วัดศรีโพธิ์ชัย (แสงภา) ก่อสร้างขึ้นราว 400 ปี ผ่านมา การแห่ต้นดอกไม้ นั้น เริ่มมีการแห่มาตั้งแต่ก่อสร้างวัดแล้วเสร็จเป็นต้นมา จวบจนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 400 ปี แล้ว โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นเกิดจากความเชื่อว่าการนำดอกไม้มาบูชาพระ ในวันสงกรานต์ ซึ่งชาวไทยถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ นั้น การบูชาพระรัตนตรัยด้วยดอกไม้ถือว่า เป็นสิ่งอันเป็นมงคล เริ่มจากการเก็บดอกไม้ ที่มีดอกไม้สดที่จากเป็นดอก ก็กลายมาเป็นช่อ และพัฒนามาเป็นพานพุ่มพานบายศรีขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ และได้พัฒนาไปจนถึงการทำโครงสร้างด้วยไม้ไผ่ เป็นพานพุ่มขนาดเล็ก ใช้มือถือทำคนเดียว ต่อมาก็เริ่มใหญ่ขึ้นต้องใช้คนหาม 4 คน และจนถึงต้นดอกไม้ขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้คนหาม 6 คน, 8 คน และ 10 คน ตามลำดับ ชาวบ้านมีความเชื่อว่า การที่ได้นำดอกไม้มาบูชาพระรัตนตรัย นั้น จะทำให้อยู่ดีมีสุขฝนตกต้องตามฤดูกาล ให้เรือสวนไร่นาอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุขปราศจากโรค ภัย ไข้ เจ็บ วัว ควาย สัตว์เลี้ยงต่างๆ ขยายดอกออกผลสมบูรณ์ เกิดเป็นศิริมงคลแก่ทั้งตนเอง ญาติๆ และชาวบ้านคนอื่นๆ เทศกาลแห่ต้นดอกไม้มีการแห่ทุกปี เริ่มจากวันสรงน้ำพระพุทธรูป (ช่วงวันสงกรานต์) เริ่มจากวันที่ 13 เมษายน โดยหลักปฏิบัติแต่ปัจจุบันนี้จะเริ่มแห่ตั้งแต่วันที่ 14-15-16 เมษายน ติดต่อกัน และจะมีการแห่ต้นดอกไม้ทุกคืนวันพระ ตลอดเดือนเมษายน ของทุกปี การแห่ต้นดอกไม้ของชาวตำบลแสงภา ต้องแห่ตอนกลางคืน ราว 1 ทุ่ม – 3 ทุ่ม และต้องมาแห่ที่วัดรอบพระอุโบสถเท่านั้น โดยต้องแห่ให้ครบสามรอบ โดยรอบที่ 1 แห่เพื่อบูชาพระพุทธ รอบที่ 2 เพื่อบูชาพระธรรม และรอบที่ 3 เพื่อบูชาพระสงฆ์ เมื่อทำการแห่จนครบสามรอบแล้ว ต้องวางต้นดอกไม้ทุกต้นไว้รอบพระอุโบสถ เพื่อบูชาพระรัตนตรัยตลอดทั้งคืน รุ่งเช้าชาวบ้านจะช่วยกันนำต้นดอกไม้ออกจากวัด ถ้าต้นไหนยังแข็งแรง ไม่เสียรูปทรง สามารถที่จะนำมาเปลี่ยนดอกไม้ใหม่ แล้วนำไปแห่ในคืนต่อไปได้อีก  การแห่ต้นดอกไม้นั้น ผู้หามต้องโยกประกอบจังหวะให้ต้นดอกไม้หมุนซ้าย ขวา ตามจังหวะเสียงกลอง ฆ้อง ฉิ่ง ฉาบ ที่บรรเลงประกอบจนกว่าจะครบ 3 รอบ และภายในต้นดอกไม้นั้นจะต้องติดเทียนไข และจุดไฟเพื่อให้เกิดแสงสว่างด้วยทุกต้น

ดำน้ำตะลอนชมปะการัง ที่ทะเลชุมพร

Posted By on January 9, 2015

ว้า…แย่จัง ฟ้าปิดอย่างนี้แล้วจะดำน้ำสนุกมั้ยเนี่ยŽ”””””” เสียงเพื่อนร่วมก๊วนบ่นพึมพำ ท้องฟ้าในเช้าวันนี้ที่มีเมฆหมอกหนาทึบ ไร้วี่แววของแสงตะวัน ทำเอาพวกเรา “นายรอบรู้”เฉาไปตามๆ กัน เอาน่า เดี๋ยวสายๆ แดดคงมาแหละŽ ผมพูดให้กำลังใจ ก่อนไปติดต่อขอเช่าเรือภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ไม่นานเรือลำน้อยก็พาพวกเราทั้งเจ็ดชีวิตมุ่งหน้าออกสู่ทะเลกว้าง ค่อยๆ แล่นลัดเลาะผ่านป่าชายเลนไปจนพบกับเวิ้งทะเลสีครามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แดดออกแล้ว ดีใจจังŽ เสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้น บางคนรีบชโลมครีมกันแดด บางคนก็สาละวนลองเสื้อชูชีพกับหน้ากากกันน้ำ ส่วนผมเชียร์ให้เรือแล่นไปถึงจุดหมายเร็วๆ เพราะอยากเล่นน้ำทะเลใจจะขาด ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มมาตลอดทางก็ค่อยๆ เบาลงเมื่อถึง เกาะทองหลาง เกาะไม่ใหญ่โตนัก แต่มีจุดเด่นคือด้านตะวันตกของเกาะมีชายหาดขาวสะอาดเป็นแนวยาวกว่า 100 ม. ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาชนิด ทั้งบริเวณรอบๆ เกาะยังมีปะการังน้ำตื้นให้ดูอีกด้วย ทันทีที่เรือเบนหัวเข้าจอดที่ชายหาด ทุกคนต่างเริ่มทำกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบ บ้างดำน้ำดูปะการัง บ้างเก็บเปลือกหอยกองโตมาชื่นชม บ้างก็จับกลุ่มเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน ผมชอบการผจญภัย จึงลงไปเดินสำรวจชายหาดทันที เฮ้ย! ปูŽ สาวร่างอวบในกลุ่มของเราจับปูลมตัวใหญ่ได้ด้วยความบังเอิญ พวกเรามุงดูด้วยความสนใจ ก่อนจับเจ้าปูมาเป็นแบบถ่ายรูปไปสองสามช็อต แล้วปล่อยมันลงสู่พื้นทรายตามเดิม เราใช้เวลาที่เกาะทองหลางนานพอสมควร ไอ้หนู ข้างหน้ายังมีสวยกว่านี้อีกเยอะŽ พี่แบนคนขับเรือตะโกนบอก พวกเราจึงเคลื่อนขบวนไปยังเกาะต่อไป จากเกาะทองหลาง นั่งเรือมาแค่ 10 นาทีก็ถึงเกาะรังกาจิว ซึ่งเป็นเขาหินปูนมีแนวโขดหินสูงชันเต็มไปด้วยโพรงถ้ำน้อยใหญ่ที่นกแอ่นพากันมาทำรังมากมาย เกาะรังกาจิวจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เกาะรังนก บริเวณหน้าโพรงถ้ำริมชายหาดมีจารึกอักษรพระปรมาภิไธย จปร ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2432 พระองค์เสด็จประพาสเกาะนี้เพื่อทอดพระเนตรการเก็บรังนก ทางราชการเปิดให้เอกชนทำสัมปทานเก็บรังนก ในอดีตย้อนหลังไปราว 4-5 ปี ด้วยเกรงว่าจะมีคนมาขโมยรังนกจึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาบนเกาะ ทั้งกำหนดขอบเขตระยะเข้าออกไม่ให้เรือแล่นผ่านใกล้รอบเกาะด้วย แต่ปัจจุบันอนุญาตให้ขึ้นไปบนหาดทรายของเกาะและสามารถดำน้ำชมปะการังรอบๆ เกาะได้ รอบเกาะรังกาจิวเป็นแนวปะการังน้ำตื้น มีดอกไม้ทะเลสีสันสวยงามให้ฝูงปลาทะเล ทั้งปลานกแก้ว ปลาการ์ตูน และปลาลายเสือ แหวกว่ายเล่น

ไปสวมบท สื่อรัก ให้สละ ที่สวนลุงกัน

Posted By on January 9, 2015

สละรสหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมเฉพาะตัว คงเป็นผลไม้ในใจใครหลายคน นอกจากกินสดได้อร่อยแล้วยังนำไปทำเป็นสละลอยแก้ว รสหวานเย็นชื่นใจ เหมาะอย่างยิ่งกับฤดูร้อนเช่นนี้ หลายคนกินสละมาก็หลายครั้ง แต่ไม่เคยรู้ว่าปลูกอย่างไร “นายรอบรู้” ขออนุญาตพาไปชม… สวนลุงถันจะเก็บผลสละสุกโดยดูจากวันที่ผสมบนริบบิ้น ดังนั้นตามต้นสละจึงเต็มไปด้วยริบบิ้นหลากสี ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวน “นายรอบรู้” ลงใต้ไปยัง อ. ป่าบอน จ. พัทลุง เพื่อเยี่ยมชม สวนสละลุงถัน ที่เปิดให้ชิมสละถึงในสวน ยิ่งไปกว่านั้นอาจเป็นสวนสละเพียงแห่งเดียวในประเทศ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ “ผสมพันธุ์สละ” ชนิดไปสวมบท “พ่อสื่อ-แม่สื่อ” ให้ต้นสละกันอย่างสนุกเลยทีเดียว หรือจะพูดแบบอีโรติกนิดๆ ก็ต้องบอกว่ามาที่นี่แล้วได้ “ผสมพันธุ์” กันทุกคน ไม่ว่าจะละอ่อนน้อย หนุ่มสาว คนแก่ แม่หม้าย วัยหมดประจำเดือน เพียงก้าวออกมาจากประตูรถ ก็จะมีสละสดๆ รสหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมยั่วยวนใจมาต้อนรับ พร้อมกับสละลอยแก้วหวานเย็นชื่นใจที่เป็นดัง “เวลคัมดริงค์” ให้กินดับกระหายคลายเหนื่อย โดยมีลุงถัน-ถัน ดำเรือง เจ้าของสวน พร้อมด้วย วิชัย ดำเรือง ลูกชาย มาคอยอธิบายและนำชม สนนราคาค่าทำกิจกรรมทั้งหมด แค่คนละ 50 บาท เท่านั้น สวนสละลุงถันมีพื้นที่ราว 20 ไร่ เข้ามาแล้วจะพบสวนสละร่มรื่น พื้นโล่งเตียน ต้นสละปลูกอย่างเป็นระเบียบ สละทั้งหมดเป็นสละพันธุ์เนินวงที่ชอบน้ำ เมื่อนำมาปลูกที่พัทลุงซึ่งมีฝนตกชุก อากาศดี ทำให้ผลสละออกมารสชาติหวานเข้ม ต่างจากสายพันธุ์เดียวกันที่ปลูกแถบภาคตะวันออก ความรู้ด้านการปลูกทั้งหมดนี้ ลุงถันไปอบรมการปลูกมาจากจันทบุรี หลังจากทอลองมาแล้วทั้งสวนยาง สวนทุเรียน ทำนา พบว่าทำสวนสละเหมาะกับตนเองที่สุด

รีวิว ชวนหิว เดินชิลล์ ตลาดโบราณบางพลี

Posted By on January 9, 2015

หากเพื่อนๆ ได้ไปสักการะ หลวงพ่อโต ณ วัดบางพลีใหญ่ใน พระพุทธรูปที่ได้รับการกล่าวขวัญว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวบางพลีและพุทธศาสนิกชนทั่วไป และสิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างหนึ่งคือจะต้องแวะชอปปิ้ง ตลาดโบราณบางพลี แหล่งรวมของดี และของอร่อยที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณกว่า 150 ปี ให้คนรุ่นใหม่อย่างเราๆ ได้ไปรำลึกความหลังกันได้ที่นี้ ในเส้นทางไม้ที่ทอดยาวประมาณ1 กิโลเมตร ของตลาดแห่งนี้ล้วนมีแต่ร้านค้าที่คงเอกลักษณ์แบบโบราณ ให้ได้เห็นกันตลอดเส้นทางทำให้สินค้าต่างๆ ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น จนอดใจไม่ไหวที่จะควักเงินในกระเป๋าออกมาจับจ่ายใช้สอยซื้อของติดไม่ติดมือกันกลับบ้าน แต่ขอแนะนำไว้ก่อนเลยว่าหากสะดวกไปในวันธรรมดาจะดีกว่า เพราะในวันหยุดคนคงแน่นแน่ๆ จะทำให้เดินชอปปิ้งลำบากหน่อยนะครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากได้ไปที่นี่ถือว่าคุ้มมากครับ ได้อิ่มท้องและอิ่มบุญจากการได้สักการะ หลวงพ่อโต อีกด้วยนะครับ

เมืองประจวบ เที่ยวทุกวัน ไปทั้งได้ทั้งปี

Posted By on January 9, 2015

“ประจวบฯ” เหมาะ ก็เพราะว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้นอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพและเป็นจังหวัดที่มีครบจริงๆทั้งภูเขา น้ำตก ทะเล และมีแหล่งชมสัตว์ป่าที่ได้ชื่อว่าเป็นซาฟารีเมืองไทย ที่นี่เหมาะแก่การมาพักผ่อนเนื่องจากมีชายหาด และทะเลที่สวยงามหลายแห่งด้วยกัน หาดทรายขาว น้ำใส และมีแหล่งดำน้ำที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของอ่าวไทย ก็คือที่เกาะทะลุ นั่นเอง หรือหากใครชอบการผจญภัย เดินป่า ขึ้นเขา ชมความงามธรรมชาติ ก็ขอแนะนำที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเลยจ้า อาทิ ถ้ำพระยานคร จุดชมวิวเขาแดง เป็นต้น ใครมาแล้วต้องมาลองสัมผัสดู ไม่ลองไม่รู้นะจะบอกให้ เช้าวันแรกของการเดินทาง ออกเดินทางแต่เช้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จุดหมายปลายทางของเราวันนี้อยู่ที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงเราก็มาถึงอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นไประยะทางของน้ำตกแต่ละชั้นนั้นห่างกันไม่มาก เดินสบายๆน้ำตกห้วยยางมีทั้งหมด 9 ชั้น น้ำตกชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่เสียดายที่เรามาผิดเวลาเป็นช่วงที่น้ำน้อยมาก ถ้าจะให้ดีควรมาช่วงหน้าฝน เรามีเวลาอยู่ที่นี่ไม่นานนักก็ต้องเดินทางกลับที่พักเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อนทำให้เราเดินไปไม่ถึงชึ้นที่ 5 สำหรับคนที่รักการเดินป่า แคมป์ปิ้ง ชมพรรณไม้ ที่อุทยานแห่งชาติห้วยยางก็มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วย ระยะทาง 7 กิโลเมตร สู่ยอดเขาหลวงยอดที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติห้วยยาง เช้าวันที่สอง วันนี้เรามีนัดไปดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้น เดินกินลม ชมทะเลและหาดทรายขาว ที่ เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย ที่ได้ชื่อว่าเป็นมหัศจรรย์อ่าวไทย นั่งเรือสปีดโบ๊ทจากฝั่งเพียง 15 นาที ก็มาถึงเกาะทะลุ มีลักษณะเด่น คือบนเกาะมีลักษณะเป็นถ้ำทะลุไปอีกด้านหนึ่งได้ ถ้าเรามองจากบนเรือจะเห็นเป็นช่องขนาดใหญ่ จึงเป็นที่มาของคำว่า เกาะทะลุ หลังจากนั้นเรานั่งเรือไปด้านข้างของเกาะเพื่อดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นกัน น้ำทะเลที่นี่ใสอย่าบอกใครเชียวล่ะ สำหรับใครที่ไม่ดำน้ำก็สามารถไปเดินเล่น นอนกินลมบนหาดทรายสีขาวสะอาด หรือจะพายเรือคายัคก็ได้ ที่นี่มีกิจกรรมอีกเยอะแยะมากมายรอคุณมาเยือน ก่อนเดินทางกลับเข้าที่พักนอนเอาแรงสำหรับวันพรุ่งนี้

เปิดประตู เข้าฟาร์มตามหา เห็ดสด

Posted By on January 9, 2015

ใครชอบกินเห็ดยกมือขึ้น ! ทริปนี้ขอเอาใจคนชอบกินเห็ด พาไปปฏิบัติภารกิจเก็บเห็ดด้วยตัวเองกัน  คุณจะได้สัมผัสเห็ดสดๆ แบบใกล้ชิด พร้อมความรู้แน่นเอี้ยดทุกขั้นตอนของวงจรเห็ด ตั้งแต่การเพาะเชื้อจนเป็นเมนูอร่อยมัดใจนักกินภารกิจน่าสนุกขนาดนี้จะช้าอยู่ไย ไปเก็บเห็ดกันเถอะ !เกือบปีแล้วที่เขาใหญ่พาโนรามาฟาร์มของ ปรเมศวร์ สิทธิวงศ์ เปิดบริการในรูปแบบฟาร์มเห็ดเชิงท่องเที่ยวให้ นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเรียนรู้เรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับเห็ดในบรรยากาศสนุกสนานเป็นกันเอง  โรงเพาะเห็ดได้รับการพลิกโฉมเป็นเสมือนบ้านหลังเล็กๆ กระจายตัวอยู่รอบพื้นที่  ภายในบ้านแต่ละหลังมีเจ้าบ้านเป็นเห็ดชนิดต่างๆ เชื้อเชิญคุณเข้าไปเยี่ยมชม เห็ดพันธุ์หลักๆ ของฟาร์มก็ได้แก่ เห็ดนางรมฮังการี เห็ดนางฟ้าภูฏาน เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดนางนวล เห็ดโคนญี่ปุ่น  และเห็ดที่ภูมิใจนำเสนอเป็นนางเอกประจำฟาร์ม-เห็ดตีนแรดหรือเห็ดตับเต่า เห็ดพื้นบ้านแถบ อ. ปากช่องที่รสชาติแสนอร่อยเทียบเคียงกับเห็ดออรินจิจากแดนอาทิตย์อุทัย หลังจากฟังข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับเห็ดจากเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ได้เวลาปฏิบัติภารกิจกันละ  อยากกินเห็ดชนิดไหน หิ้วตะกร้าไปช็อปได้เลย ทางฟาร์มจะคิดราคาตามชนิดของเห็ดที่เราเก็บมาถ้าอยากให้ตะกร้ามีสีสวยงามต้องเก็บเห็ดนางนวลที่ดอกเห็ดมีสีชมพู หรือจะแซมด้วยสีทองของเห็ดนางรมทอง พร้อมเพิ่มความน่ารักด้วยเห็ดนางฟ้าภูฏานก็ดูเก๋ไก๋ไม่น้อย  บางคนในกลุ่มเราตั้งใจจะหิ้วตะกร้าเห็ดกลับไปเป็นของฝาก  เพราะนอกจากเป็นตะกร้าเพื่อสุขภาพแล้ว สีสันยังกินขาดอีกด้วยส่วนเห็ดตับเต่านั้น ทางฟาร์มไม่มีให้เก็บ แต่เขาปลูกไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นถึงความมหึมาของเจ้าเห็ดนี้จนได้ชื่อว่าเห็ดตีนแรด หากมาในช่วงที่เห็ดกำลังโตพอดีก็อาจได้ชิมกันเอร็ดอร่อยที่นี่มีเห็ดให้คุณได้เก็บตลอดปีแต่ถ้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาลเห็ดอาจมีจำนวนไม่พอกับความต้องการและขอย้ำว่าคุณต้องเก็บเห็ดตามวิธีที่เจ้าหน้าที่สอนอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่เห็ดที่เหลืออีกทั้งก่อนเข้าบ้านเห็ดแต่ละหลังอย่าลืมล้างเท้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและสวมรองเท้าที่ทางฟาร์มจัดไว้ให้เพราะเห็ดแต่ละชนิดบอบบางมากต้องทะนุถนอมเป็นพิเศษ

เขาใหญ่ โลกแสนสุขใจ ของคนรักธรรมชาติ

Posted By on January 9, 2015

หวังว่าคุณคงไม่แปลกใจที่พลิกอ่านคอลัมน์ ”นายรอบรู้” ฉบับนี้ แล้วพบภาพป่าเขียวเต็มพรืด  ฤดูฝนเวียนมาอย่างนี้ คงไม่มีทริปไหนน่าสนใจเท่าการตะลุยพงไพร  ช่วงนี้ป่าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่งดงามยิ่งกว่าฤดูกาลใด สายฝนเย็นฉ่ำทำให้พืชพรรณแตกใบและออกดอกดาษดื่น แต่งแต้มผืนป่าเขียวชอุ่มให้มีสีสันสดใส ทั้งน้ำตกยังมีน้ำไหลบ่าเต็มหน้าผาน่าเที่ยวชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติในป่าเขาใหญ่ทุกเส้นทางจะพาเราไปใกล้ชิดชีวิตพืชพรรณธรรมชาติและสัตว์ป่ายิ่งขึ้น เป็นโลกที่แสนสงบหากแต่มีเรื่องราวให้เรียนรู้ไม่สิ้นสุด  ไม่แน่ว่านอกจากเห็นภาพ ”สายสัมพันธ์ชีวิต” เชื่อมโยงจากป่าสู่เมืองชัดเจนกว่าเดิม คุณอาจพบโลกอีกใบที่แสนสุขใจภายใต้ร่มเงาของธรรมชาติก็เป็นได้ ต้นไม้ใหญ่ คนตัวเล็ก เริ่มต้นที่ กม. 33 ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตั้งอยู่ในเขต อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 200 กม.  ”นายรอบรู้” ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. เดินทางจากเมืองหลวงมาถึงเขตอุทยานฯ  เราแวะสักการะศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน แล้วจึงตรงมายังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อที่พักและนัดหมายเจ้าหน้าที่พาเดินป่าเสร็จสรรพ เราไม่ลืมแวะซื้อถุงกันทากที่ร้านขายของที่ระลึก  ป่าหน้าฝนเช่นนี้ทากชุกชุมอย่างกับยุง สวมถุงกันทากไว้จะได้ไม่ถูกพวกมันรุมเกาะจนขวัญกระเจิง จุดหมายแรกของเราคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กม. 33-หนองผักชี ที่เหมือนเป็นตัวแทน ”ป่าดงดิบ” หรือป่าไม่ผลัดใบ อันเป็นสภาพป่าที่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเขาใหญ่ ซึ่งมีทั้งบริเวณที่เป็นป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้ง  ป่าดิบชื้นจะเกิดในพื้นที่ฝนชุก มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 1,000  มิลลิเมตรต่อปี และฝนตกต่อเนื่องเกิน 8 เดือน  บางทีจึงเรียกว่า “ป่าฝน” และพรรณไม้ในป่าดิบชื้นจะเป็นพวกชอบความชุ่มชื้นอย่างไม้วงศ์ยาง  เขาใหญ่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้โดยตรง ป่าชนิดนี้จึงครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ ส่วนป่าดิบแล้งเกิดในพื้นที่ที่มีช่วงแล้งนาน 3-5 เดือน และดินเก็บน้ำได้ไม่ดี  พืชโดดเด่นก็มีสมพง ลำพูป่า เป็นต้น

นักท่องเที่ยวเฮ! ฟ้าเปิดได้ชมฝนดาวตก

Posted By on December 21, 2014

นักท่องเที่ยวเฮ! ฟ้าเปิดได้ชมฝนดาวตก

นักท่องเที่ยวเฮ! ฟ้าเปิดได้ชมฝนดาวตก

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ท้องฟ้าเปิด นักท่องเที่ยวสมหวังได้ชมฝนดาวตก ขณะที่ยอดดอยอินทนนท์ คนแห่รอชมคึกคัก

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน จ.อุตรดิตถ์ ได้จัดกิจกรรมเปิดฟ้า…ส่องดาวลำน้ำน่าน ชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิค หรือคนคู่ เป็นจำนวนมาก ขณะนี้ท้องฟ้าเปิด ทำให้เห็นฝนดาวตกได้เป็นระยะ พร้อมกันนี้มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์มาให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ร่วมชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิค บนยอดดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ จุดที่สูงที่สุดของประเทศไทย ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น

ด้าน นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต ปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านดาราศาสตร์ ได้นำนักเรียนหญิงทั้งหมดในชมรมดาราศาสตร์ จากโรงเรียนดัดดรุณี อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา รวม 200 คน เข้าค่ายดาราศาสตร์ โดยได้เข้าพักกางเต็นท์รอชมปรากฏการณ์ฝนดาวตก ที่ลานกางเต็นท์ที่ผาเก็บตะวัน บนอุทยานแห่งชาติทับลาน

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลชวนชิม และชวนพักที่ โครงการหลวงตีนตก

Posted By on December 18, 2014

ขอเอาใจคนชอบกินเนื้อ ด้วยการพาไปแนะนำ “ร้านลำดวนเนื้อย่าง” ร้านเนื้อย่างและอาหารอีสาน ที่เด็ดที่สุดในย่านอ่อนนุช คิดดูขนาด “คุณชาคริตครับ” เอ๊ย ชาคริต แย้มนาม พระเอกชื่อดังยังติดใจ ถึงกับแนะนำร้านนี้ออกรายการทีวีมาแล้ว วันนี้เราขอแนะนำเมนู 3 อย่าง ที่ต้องสั่งเมื่อมาร้านลำดวนเนื้อย่าง แต่เดี๋ยวก่อนสำหรับคนที่ชอบทานหมู ขอเว้นวรรคไว้ก่อนนะจ๊ะร้านนี้ไม่มีบริการ และเนื่องจากชื่อร้านก็บอกแล้วว่าของเด็ดอยู่ที่เนื้อย่าง ก็ขอเริ่มกันที่ “เนื้อย่าง” อาจจะดูว่าเป็นเมนูธรรมดาๆ แต่เดี๋ยวนี้ร้าน ที่เนื้อติดมันถูกย่างสุกกำลังดี ไม่เหนียว ไม่เหม็นคาวเนื้อ หายากใช่ไหม? ใครชอบทานเนื้อย่างอย่าพลาดร้านนี้เชียว ทานเนื้อย่างกันไปแล้ว จะไม่สั่งส้มตำก็ยังไงๆ อยู่ จัดตามมาด้วย “ส้มตำไทย” ที่ร้านนี้จะมีรสชาติกล่มกล่อม ไม่เผ็ดมาก เส้นมะละกอ แครอทกรุบกรอบ กุ้งแห้ง ก็จัดหนักเต็มที่ สำหรับใครที่อยากซดน้ำร้อนๆ ขอแนะนำให้สั่ง “ต้มแซ่บเนื้อ” รับรองซดจนหมดจานแน่นอน เนื้อนุ่ม น้ำซุปเปรี้ยวจี๊ด เผ็ดแซ่บกำลังดี แบบต้องซดจนหมดชามกันเลยสำหรับใครที่สนใจ อยากมาลองทาน “ร้านลำดวนเนื้อย่าง” เป็นร้านห้องแถว 2 ห้องติดกัน มีให้ลูกค้าเลือกนั้งทั้งแบบห้องแอร์และห้องแถวปกติ ตั้งอยู่ติดริมถนนอ่อนนุช ปากซอยอ่อนนุช 52 ไม่แน่นั่งทานอยู่ดีๆ คุณอาจได้เจอดาราคนโปรด เพราะแว่วมาว่าร้านนี้เป็นร้านประจำของดาราหลายคนเลยทีเดียว

ล่องเรือสำราญ โต้ลมหนาว ชมวิวกลางน้ำโขงไทย-ลาว

Posted By on December 18, 2014

วันที่ 6 ธันวาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น หลังอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยที่ประมาณ 19 -20 องศาเซลเซียส ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาว ซึ่งขณะนี้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางไปล่องเรือสำราญขนาดใหญ่ “แม่น้ำโขงพาราไดซ์ครูซ” ชมบรรยากาศธรรมชาติ 2 ฟากฝั่งไทย – ลาว สูดอากาศบริสุทธิ์สัมผัสอากาศหนาว กลางแม่น้ำโขง โดยประชาชนนักท่องเที่ยว จะได้มีโอกาส รับประทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติ 2 ฝั่งแม่น้ำโขง ไทย – ลาว นครพนม กับ แขวงคำม่วน สปป.ลาว ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่สุดของแม่น้ำโขง เพราะจะมีทัศนียภาพที่สวยงามกว่าหลายพื้นที่ สามารถมองจากฝั่งไทย จ.นครพนม เห็นทิวเขาฝั่งลาว ชัดเจนสวยงามนอกจากนี้ในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เมื่อมองย้อนมาฝั่งไทย จ.นครพนม จะได้ชื่นชมความสวยงาม ของสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้าง โบราณสถาน ที่ตั้งอยู่เรียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ประกอบกับมีการประดับแสงไฟ ทำให้มีความสวยงาม สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก